| อุทยานแห่งชาติคลองลาน มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่านานาชนิดไม่น้อยกว่า 265 ชนิด 81 วงศ์ เป็นป่าต้นน้ำของลำธารหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก คลองลาน และคลองน้ำไหล ไหลรวมกันสู่แม่น้ำปิง สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบผสมป่าเบญจพรรณ บนเทือกเขาสลับซับซ้อน ภูเขาแต่ละลูกเชื่อมโยงติดต่อกับขุนคลองลานซึ่งเป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ สูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,439 เมตร ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล และตำบลโป่งน้ำร้อนมีเนื้อที่ 187,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม2525 ป่าคลองลานยังมีสภาพสมบูรณ์เป็นแหล่งสุดท้ายในด้านทิศใต้ของภาคเหนือ ประกอบด้วยชนิดป่าต่างๆ คือ ป่าดิบแล้ง ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไปที่ระดับความสูง จากน้ำทะเลประมาณ 500 เมตรขึ้นไป เช่น ขุนคลองลาน ขุนคลองสวนมาก ขุนคลองขลุง ขุนน้ำเย็น ป่าดิบเขา จะพบป่าชนิดนี้ตามเขาที่มีความสูงตั้ง 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไปมีพื้นที่ไม่มากนัก ป่าเบญจพรรณ ถือว่าเป็นป่าส่วนใหญ่ของอุทยานคลองลาน ไร่ร้าง พบทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติ ในอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าต่างๆ แต่ได้อพยพชาวเขาเหล่านี้มาอยู่พื้นที่ราบที่ทางราชการจัดสรรให้ ตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา พื้นที่จึงกลายเป็นไร่ร้าง และทุ่งหญ้า ที่มีการฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ และพื้นที่บางส่วนได้รับการฟื้นฟูจากโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
Unseen Travel "เปิดประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว ไม่ไปไม่รู้" ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ทะเล ป่าเขา มีบางสถานที่ ที่หลายอาจยังไม่รู้จัก เปิดประสบการณ์ใหม่ของคุณวันนี้ Unseentavel.com จะพาคุณไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย จากทุกจังหวัดของประเทศไทย ที่น่าสนใจเดินทางไปเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ UnseenTravel.com เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไว้ทั้งหมด เพื่อให้คุณได้ค้นหา เพียงเลือกจังหวัดที่คุณต้องการ (เขตภาคกลาง)
adnow
loading...
adsense
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
| อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีพื้นที่อยู่ในเขตรอยต่อระหว่างบริเวณเขตเทือกเขาภาคตะวันตกกับบริเวณขอบที่ราบภาค กลาง สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัย ที่ราบอยู่ทางตอนกลางพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่างกะทะขนาดเล็ก จำนวน 2 แอ่ง พื้นที่ 2,000-5,000 ไร่ แนวเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เขาเย็น เขาสน เขาเต่าดำ เขาขนุน เขาขาแล้ง เขาอีโละโคะ เขาวังเจ้า เขาปั๋งใหญ่ ดอยลวก และเขาวุ๊งกะสัง เป็นต้น ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 200-1,898 เมตรโดยมียอดเขาเย็นที่อยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่สูงที่สุด พื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ประกอบด้วย 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำคลองวังเจ้า และลุ่มน้ำคลองสวนหมาก อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอคลองลาน กิ่งอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร และกิ่งอำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำปิง มีสัตว์ป่า นานาชนิด ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก ถ้ำ หน้าผา โป่งแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น มีเนื้อที่ประมาณ 466,875 ไร่ หรือ 747 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2533 อุทยานแห่งชาติคลองวัง เจ้า มีเส้นทางเดินป่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาธรรมชาติ ดูนก ศึกษาพันธุ์ไม้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะพักชมวิถีชีวิตและซื้อของที่ระลึก เช่น ผ้าทอมือ ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่หมู่บ้านวุ๊งกะสัง หมู่บ้านโละโคะ หมู่บ้านป่าหมาก และหมู่บ้านป่าคา และท่องเที่ยวตามแหล่งท่องทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง มีป่าสักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น มีน้ำตกที่สวยงามน่าท่องเที่ยวหลายแห่ง นอกจากนั้นใกล้ ๆ อุทยานฯ ยังมีหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ซึ่งยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิม ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
| อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คืออำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และกิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากที่สุดตั้งแต่จังหวัดตาก จนถึงจังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีอาณาเขต ติดต่อกับป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งสัตว์สามารถใช้เส้นทางเดินติดต่อกันได้ จึงสามารถพบเห็นสัตว์ป่าหายากหลายชนิด ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา กระทิง ช้างป่า สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับ ซ้อนเรียงรายกันอยู่ตามเทือกเขาถนนธงชัยลดหลั่นลงมาจนถึงพื้นราบ ประมาณ 40-50 ลูก ยอดที่สูงที่สุดคือ “ยอดเขาโมโกจู” สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,964 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ ส่วนพื้นที่ราบมีไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่บริเวณริมแม่น้ำ พื้นที่ทิศเหนือของอุทยานฯติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน ทิศใต้ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14กันยายน 2530 ป่าส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมาย เช่น สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็ง รัง เป็นตัน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่าง ๆ มากกว่า 305 ชนิด จาก 53 วงศ์ ซึ่งนกบางชนิดพบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย เช่น นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกเงือกคอแดง นกกางเขนดง นกโพระดกหูเขียว และนกพญาปากกว้างหางยาว เป็นต้น ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
| จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบ เสมือนเป็นจารึกของประวัติศาสตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวอดีตนครรัฐแห่งนี้ย้อนไปได้เป็นพันปี ชุมชนแห่งนี้มีมาก่อนสุโขทัยราชธานี ผ่านกาลเวลาแห่งความรุ่งเรืองและร่วงโรย ไปตามความสามารถของเจ้าผู้ครองนคร และความเข้มแข็งของอาณาจักรข้างเคียง ร่องรอยอดีตเหล่านี้ ปรากฏอยู่ในรูปของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ในเขตพื้นที่เมืองโบราณกำแพงเพชร ที่นับว่าเป็นหลักฐานอันทรงคุณค่า เป็นเส้นทางให้เราเข้าไปรู้จักอดีต เป็นมรดกของมนุษยชาติ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จึงได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลก" ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2534 อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร แบ่งออกเป็นโบราณสถานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวัน ตกของแม่น้ำปิง ซึ่งใช้วัสดุก่อสร้างที่แตกต่างกัน ด้านตะวันออกของแม่น้ำปิงเป็นที่ตั้งเมืองกำแพงเพชร โบราณสถานจะสร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่ ส่วนโบราณสถานฝั่งตะวันตกคือเมืองนครชุม ก่อสร้างด้วยอิฐและมีขนาดเล็ก แต่รูปแบบศิลปะที่ปรากฏมีลักษณะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยา นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานนอกเมืองกำแพงเพชร หรือเขตอรัญญิก ซึ่งเป็นที่อยู่ของสงฆ์ที่มุ่งในการปฎิบัติวิปัสสนาธรรม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร |
น้ำตกคลองลาน
| น้ำตกคลองลาน เป็นน้ำตกมีขนาดใหญ่และสวยงามมากที่สุดแห่ง หนึ่งในประเทศไทย สายน้ำอันยิ่งใหญ่ที่ก่อให้เกิดเป็นน้ำตกสวยแห่งนี้ ไหลลงมาจากเทือกเขาคลองลาน เขาคลองสวนหมาก ในเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนือหน้าผาน้ำตกเป็นที่ราบกว้าง ในฤดูฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึกและลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็นน้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร บริเวณใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ |
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ถนนปิ่นดำริห์ เป็นที่แสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสมัยต่างๆ อาทิเช่น ศิลปทวารวดี ศิลปลพบุรี ศิลปรัตนโกสินทร์ โบราณวัตถุส่วนมากเป็นลวดลายปูนปั้นและลวดลายดินเผา เศียรพระพุทธรูป เครื่องสังคโลก ปูนปั้นรูปยักษ์เทวดา และมนุษย์ซึ่งใช้ประดับฐานเจดีย์ หรือติดตั้งวิหาร นอกจากนั้นยังมีเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ ที่ในสมัย รัชกาลที่ 5 ได้ถูกลอบตัดเศียรและพระหัตถ์ เมื่อ พ.ศ. 2429 และได้ถูกซ่อมแซมให้คืนดีในภายหลัง ผู้สนใจสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ในเวลาราชการทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.00 น. |
วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)
| วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน |
สิริจิตอุทยาน
| สิริจิตอุทยาน เป็นสวนสาธารณะเอนกประสงค์ริมฝั่งแม่น้ำปิง มีเนื้อที่ 170 ไร่ ประกอบด้วยสนามเด็กเล่น สวนสุขภาพ ศาลาพักผ่อน สวนไม้ดอกไม้ประดับปลูก และลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ซึ่งสร้างเป็นเรือนไทย มีการแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยประจำท้องถิ่นที่ลานเวทีกลางแจ้ง และมีการจำหน่ายสินค้าโครงการ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอีกด้วย |
หอไตรวัดคูยาง
| หอไตรวัดคูยาง ตั้งอยู่ที่ถนนวิจิตร เขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ หอไตรนี้สร้างไว้กลางน้ำและมีใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันปลวกแมลงสาบและหนู เข้าไปกัดทำลายพระไตรปิฎก หนังสือ และคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา |
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดปราสาท
| พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดปราสาท ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 บ้านโคนใต้ ตำบลคณฑี ระยะห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชร ประมาณ 22 กิโลเมตร ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เก็บรวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ สมัยสุโขทัย อยุธยา และเครื่องสังคโลกจำพวก ถ้วย ชาม เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอาคารสำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตของชาวกำแพงเพชรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เครื่องมือหาปลา เครื่องจักสาน ตำรายาสมุนไพรไทย ฯลฯ |
สวนนกชัยนาท
| ชมนกหายากในกรงใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่สวนนกชัยนาท สวนนกชัยนาทเริ่ม สร้างตั้งแต่ ปี 2526 ตั้งอยู่ที่บริเวณเชิงเขาพลอง หมู่ที่ 4 ตำบลเขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท ริมถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ก่อนถึงตัวเมือง 4 กิโลเมตร มีพื้นที่ 260 ไร่ มีกรงนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นทื่ 26 ไร่ ภายในกรงนกเป็นสถานที่จัดแสดงนกพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย โดยจะปล่อยไห้อยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งมีนกกว่า 100 ชนิด เป็นนกชนิดที่มีในประเทศและนกที่นำมาจากต่างประเทศ ด้านนอกกรงใหญ่ก็ยังมีกรงจัดแสดงนกขนาดกลางและขนาดเล็กอีก 63 กรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนกที่หาดูได้ยากแทบทั้งหมด นอกจากนั้น ในบริเวณด้านนอกทั่วบริเวณสวนนก จัดเป็นสวนสุขภาพมีอ่างน้ำขนาดใหญ่และเส้นทางเดินพักผ่อนศึกษาธรรมชาติ ทั่วบริเวณสวนนก นอกกรงใหญ่ จะจัดเป็นสวนธรรมชาติที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และมีสวน ไม้ดอกที่มีสีสันสวยงามสลับไปกับที่นั่งพักผ่อน ทำเป็นทางรถวิ่งและทางเท้ารอบๆ สวนนกและอ่างเก็บน้ำ มีแพขนาดใหญ่บริเวณอ่างน้ำ สำหรับนั่งพักผ่อนและให้เอาหารปลาที่อยู่ในอ่าง(มีจุดบริการอาหารปลาให้ พร้อม) และภายในอ่างเก็บน้ำก็มีเรือถีบให้เราลงไปปั่นและพักผ่อนกับอากาศโล่งโปร่ง พร้อมกับความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีผู้คนเข้ามานั่งพักผ่อนภายในสวนนกกันมากพอสมควร บริเวณหน้าอ่างน้ำมีบริการรถรางนำเที่ยวชมสวนนกโดยรอบ รอบหนึ่งไปได้ประมาณ 30 คน โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำสถานที่ต่างๆ ให้เราได้ฟังและบรรยายเกี่ยวกับนกพันธุ์ต่าง ๆ ให้เราได้รู้จักอีกด้วย โดยจะแวะจุดต่าง ๆ ให้เราได้ลงไปเยี่ยมชมตลอดเส้นทาง โดยไม่คิดค่าบริการ ภายในสวนนกก็มีอาคารแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยภายในอาคารมีพันธุ์ปลาน้ำจืดมากมายจัดแสดงในแบบเป็นตู้ปลาและอุโมงค์ปลา ถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจแห่งใหม่ของสวนนกชัยนาท ภายในอาคารติดแอร์เย็นสบาย และในอาคารมีพันธุ์ปลาน้ำจืดมากกว่า 50 ชนิด มีการจัดสถานที่ไว้อย่างสวยงาม ในอุโมงค์ปลามีปลามากมายหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาบึก, ปลากา, ปลาแรดเผือก นอกจากนี้ยังมีพวก ปลาตะเพียนขาว และปลาน้ำจืดอีกหลายสายพันธุ์ เป็นสถานที่ศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ปลาน้ำจืดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นสถานที่พักผ่อนดูปลาอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยเปิดให้ชมฟรี ตั้งแต่เวลา 8.00 -17.00 น ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข)
| วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข) ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลมะขามเฒ่า เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณ ปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุที่เรียกว่า “วัดปากคลองมะขามเฒ่า” เนื่องจากเดิมมีต้นมะขามเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วย หลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่าได้สร้างพระเครื่อง ที่เรียกว่า “หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา กุฏิของท่านเป็นแบบทรงไทยโบราณ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในพระอุโบสถติดอยู่ตามผนังเป็นภาพพุทธประวัติ แต่พระองค์มิได้เขียนเองทั้งหมด มีข้าราชบริพารร่วมเขียนด้วย ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียน บอกเวลาที่เขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
เขื่อนเจ้าพระยา
| เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนขนาดใหญ่สร้างเป็นแห่งแรกของประเทศ ตั้งอยู่ที่บริเวณคุ้งบางกระเบียน หมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง ลักษณะของเขื่อนมีความยาว 237.50 เมตร สูง 16.5 เมตร เขื่อนมีช่องระบาย 16 ช่อง มีประตูเรือติดกับเขื่อนด้านขวากว้าง 14 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2500 เรือขนาดใหญ่สามารถผ่านเข้าออกได้ บริเวณเขื่อนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ช่วงเดือนมกราคม จะมีฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นตัวมาอาศัย หากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน เขื่อนนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการชลประทาน การทดน้ำเพื่อการเกษตร โดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือ สู่ภาคกลางและอ่าวไทย และยังผลิตไฟฟ้าใช้ภายในจังหวัดด้วย ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
วัดพระมหาธาตุ
| วัดพระมหาธาตุ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุ หรือวัดหัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ เมื่อ พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสและทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกไว้ โบราณสถานที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระปรางค์กลีบมะเฟือง (พูมะเฟือง) สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม (ฐานเขียง) เป็นศิลปะสมัยลพบุรี กรมศิลปากรได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2526 นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ศิลปะแบบลพบุรีและแบบอยุธยาตอนต้น ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บรักษาสิ่งของโบราณต่าง ๆ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
วัดธรรมามูลวรวิหาร
| วัดธรรมามูลวรวิหาร เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูล ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลธรรมามูล ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 กิโลเมตรที่ 288-289 เข้าทางโรงเรียนธรรมานุกูล ภายในวิหารของวัดมีหลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประทับบนฐานรูปดอกบัว เป็นศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอนต้น ผสมกับสมัยอยุธยา มีรูปพระธรรมจักรปรากฎอยู่ กลางฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นความคิดของช่างสมัยนั้น ที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ให้มีเครื่องหมายแห่งมหาปุริสลักษณะ (เป็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย เช่น ในฝ่าเท้ามีจักรลักษณะ มีลายตาข่ายในฝ่ามือฝ่าเท้า ข้อเท้าเหมือนสังข์ที่ตั้งขึ้น คางเหมือนคางราชสีห์ เป็นต้น) และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ใบเสมา เป็นศิลาทรายสีแดงตั้งรายรอบพระอุโบสถ สลักลวดลายแบบสมัยอยุธยา ทุกปีจะมีงานนมัสการหลวงพ่อธรรมจักรเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 4-8 ค่ำ เดือน 6 และแรม 4-8 ค่ำ เดือน 11 |
วัดอินทาราม
| วัดอินทาราม เป็นวัดโบราณอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลตลุก ในวัดมีถาวรวัตถุที่มีคุณค่า คือ หอระฆังคู่ เก๋งจีนโบราณอายุกว่า 100 ปี และหอพระไตรปิฎก กว้าง 8 เมตร ยาว 9 เมตร สร้างไว้กลางสระน้ำลักษณะเป็นทรงไทยโบราณ ประดับกระจกสีเป็นลวดลายสวยงามรายรอบไม้ฝาและเชิงชาย ช่อฟ้าหน้าบัน อีกทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกทำจากใบลานจารึกอักษรขอมโบราณจำนวนมาก |
อนุสาวรีย์ขุนสรรค์
| อนุสาวรีย์ขุนสรรค์ ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี ขุนสรรค์ “วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ต่อสู้กับพม่าด้วยความกล้าหาญ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยรบชนะพม่าถึง 7 ครั้ง เป็นไทยอาสาป้องกันชาติคนแรกของอำเภอสรรคบุรี เมื่อ 223 ปีก่อน อนุสาวรีย์มีขนาดสูง 2.50 เมตร ในวันที่ 19 มกราคม 2526 เป็นวันกระทำพิธีเปิดพร้อมงานสมโภช อำเภอสรรคบุรีจึง ถือให้วันที่ 19 มกราคม เป็นวันกระทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์เป็นประจำทุกปี |
วัดพระแก้วชัยนาท
| วัดพระแก้ว เป็นวัดที่มีโบราณสถานที่สำคัญวัดหนึ่ง มีองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่มีความงดงาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 23 กิโลเมตร ภายในวัดมีเจดีย์แบบละโว้ทรงสูง ผสมกับเจดีย์ทวาราวดีตอนปลาย ฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยกับสมัยศรีวิชัยผสมผสานกัน บริเวณด้านหน้าเจดีย์มีวิหารหลวงพ่อฉาย ด้านหลังองค์หลวงพ่อฉายมี “ทับหลัง” แกะสลักติดอยู่ เป็นภาพจำหลักบนศิลาทราย ภาพที่เห็นเป็นรูปพระอิศวรทรงช้างเอราวัณอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เป็นศิลปขอมมีอายุเป็นพันปีขึ้นไป เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงคงจะมีผู้นำโบราณวัตถุชิ้นนี้มาจากที่ใดที่หนึ่ง ในอาณาจักรขอมและนำแท่งศิลาทรายที่มีภาพจำหลักพระอิศวรทรงช้างเอราวัณ แกะเป็นพระพุทธรูป แต่ได้หงายเศียรช้างเอางวงขึ้นด้านบน สันนิฐานว่าคงจะบอกเป็นปริศนาธรรมว่า “ผู้ที่ต้องการความสำเร็จสูงสุดเช่นพุทธองค์ จะต้องรู้จักปฎิบัติตนทวนกระแสแห่งโลภะ โทสะ โมหะ ถึงจะพบความสุขในชีวิต” |
วัดพิชัยนาวาส (วัดบันเชี่ยน)
| วัดพิชัยนาวาส (วัดบันเชี่ยน) เป็นวัดโบราณ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเชี่ยน ห่างจากตัวเมืองชัยนาท 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3211 กิโลเมตรที่ 2-3 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปี ภายในพระอุโบสถซึ่งสร้างไว้กลางสระน้ำ มีพระประธาน คือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ ปั้นด้วยปูนสอ ประทับนั่งห้อยพระบาท สูง 4 เมตร 54 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าระหว่างสร้างพระประธานองค์นี้ บ้านเมืองเกิดระส่ำระส่ายจากสงคราม เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งกองทัพจากพม่าเดินทางผ่าน วัดกำหนดจัดงานนมัสการปิดทองสมโภชระหว่างเทศกาลวันเพ็ญเดือนสาม และเทศกาลวันเพ็ญเดือนสิบสอง เป็นประจำทุกปี |
วัดไกลกังวล (เขาสารพัดศรีเจริญธรรม)
| วัดไกลกังวล (เขาสารพัดศรีเจริญธรรม) ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเชี่ยน ห่างจากตัวเมืองชัยนาท 48 กิโลเมตร ใช้เส้นทางตามทางหลวง 3211 ถึงสี่แยกหันคา เลี้ยวซ้ายไป 4 กิโลเมตร จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ เลี้ยวขวาเข้าวัดไป 1.7 กิโลเมตร วัดไกลกังวลเป็นวัดโบราณสมัยลพบุรี แต่ต่อมาตกอยู่ในสภาพร้าง ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 บนยอดเขาของวัดยังคงปรากฏซากการสร้างโบสถ์ และรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ และมีการสร้างรั้วคอนกรีตรอบบริเวณเขตพื้นที่ของวัดยาวประมาณ 5,000 เมตร หากยืนอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ จะเห็นทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทุกปีช่วงหลังออกพรรษาจะมีงานประเพณีตักบาตรเทโว |
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
| วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดนี้มีเจดีย์พระบรมธาตุ รูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทอง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดชัยนาท และจังหวัดใกล้เคียง มีงานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือน 6 เป็นประจำทุกปี |
เขื่อนขุนด่านปราการชล
| ชมวิวสวย ๆ เมืองนายก บนสันเขื่อนสูงพร้อมกับล่องแก่งสุดมัน ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนที่ยาวที่สุดของเมืองไทย) เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและยาวที่สุดในโลก เขื่อนขุนด่านแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ชมวิวสวย ๆ ของเมืองนครนายกบนสันเขื่อนที่สูงถึง 90 เมตร พร้อมสัมผัสกับอากาศดี ๆ ที่เย็นสบาย และเป็นเส้นทางล่องแก่งลำน้ำนครนายกที่สนุกตื้นเต้นเร้าใจ พร้อมกันนั้นเรายังได้ชื่นชมกับความปรีชาสามารถขององค์พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของพวกเราชาวไทยทุกคน จากจุดประสงค์ที่ต้องการพัฒนาแหล่งน้ำ และระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บกักน้ำและจัดสรรน้ำอย่างเป็นระบบให้พอเพียงกับความต้องการของกิจกรรมทุกประเภทภายในลุ่มน้ำนครนายกและพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่านฯ และได้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2542 โดยใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานชื่อเขื่อนว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล เพื่อเชิดชูวีรกรรมของขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน หรือ ขุนด่าน วีรชนของนครนายกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตัวเขื่อนมีความยาวรวม 2,720 เมตรความสูง 93 เมตร ความจุน้ำ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร รับน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำ สามารถป้องกันน้ำท่วมและลดความเสียหายจากน้ำล้นตลิ่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายก โดยสามารถชมทิวทัศน์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
ล่องแก่งลำน้ำนครนายก
| ล่องแก่งลำน้ำนครนายก ท่องเที่ยวได้ทั้งปีที่นครนายก ลำน้ำนครนายก เป็นที่หนึ่งสำหรับจัดกิจกรรมล่องแก่งแม้จะมีความยากง่ายของสายน้ำระดับ 1 – 3 แต่ลำน้ำนครนายกมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว ระหว่างเส้นทางนักท่องเที่ยวมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่มีพรรณไม้นานาชนิด การพายเรือแคนู เรือคยัค หรือเรือยาง ได้อย่างสนุกสนาน และปลอดภัย เนื่องจากลักษณะของลำน้ำในแต่ละช่วงเวลา และระยะทาง มีความแตกต่างกัน ลำน้ำคดเคี้ยว ลดเลี้ยว ตลอดเส้นทาง บางช่วงจึงต้องใช้ทักษะในการพายบังคับเรือให้เลี้ยวซ้าย–ขวา ต้องฝ่าอุปสรรคที่ผู้ล่องเรือต้องใช้ความพยายามในการพายพอสมควร หลายจุดเป็นแก่งหิน ที่ทำให้กระแสน้ำคดเคี้ยว ไหลลดหลั่นกันลงมาคล้ายขั้นบันได เช่น แก่งสามชั้น แก่งโขดคุ้ง เกาะแก่ง เป็นจุดที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ผู้ที่อยู่บนเรือเป็นอย่างมาก แม่น้ำนครนายก มีต้นกำเนิดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เกิดจากลำธารหลายสายมารวมตัวกัน เช่น คลองตะไคร้ คลองนางรอง คลองท่าด่าน เมื่อรวมตัวกันเป็นแม่น้ำไหลผ่านนครนายก ไปรวมกับแม่น้ำปราจีนบุรี เป็นแม่น้ำบางปะกง ไหลลงสู่อ่าวไทย และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯมากนัก จุดเด่นของลำน้ำนครนายก คือ ตัวแก่งสามชั้นกระแสน้ำจะมีลักษณะไหลลดหลั่นกันลงมาคล้ายขั้นบันได เป็นแก่งที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้พอสมควร และ แก่งเทียม ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสนามแข่งขัน แคนูสลาลม โอลิมปิค รอบคัดเลือก โซนเอเชีย จุดเด่นของแม่น้ำสายนี้ คือ ตัวแก่งหินสามชั้น กระแสน้ำจะมีลักษณะไหลลดหลั่นกันลงมาคล้ายขั้นบันได เป็นแก่งที่สร้าง ความตื่นเต้น เร้าใจ ได้พอสมควร แก่งหินสามชั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการพายเรือแคนูหรือเรือคยัค นอกจากแก่งหินสามชั้นแล้ว ยังมีแก่งโขดคุ้งและเกาะแก่ง หลังจากผ่านแก่งต่าง ๆ แล้ว ความรุนแรงของกระแสน้ำจะลดลง เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการล่องแก่งแม่น้ำนครนายก คือลำน้ำที่คดเคี้ยวตลอดเส้นทางการล่องทำให้เราได้มีโอกาส ฝึกการพายบังคับเรือยางหรือแคนู - คยัคให้เลี้ยวซ้ายขวาได้อย่างสนุกสนาน จนสิ้นสุดการล่องแก่ง ที่บริเวณวังยาว เริ่มล่องแก่งจากบริเวณเชิงสะพานคลองท่าด่าน (หน้าประตูระบายน้ำ เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) เรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น และ วังกุตภา ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วงประมาณ 7 กิโลเมตร การล่องแก่งเป็นการท่องเที่ยวผสมผสานไปกับกีฬาทางน้ำน้ำที่สนุกตื่นเต้น ท้าทาย เป็นการพักผ่อนและออกกำลังกายที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติโดยการพายเรือ แคนู (เรือแคนู เป็นเรือที่มีหัวท้ายเพรียว มีหลายประเภทแต่ประเภทที่เหมาะกับน้ำเชี่ยวคือเรือคยัก) ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
หลวงพ่อปากแดง วัดพราหมณี
| ไหว้หลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์ 443 ปี จากเวียงจันทน์ ที่วัดพราหมณี นครนายก วัดพราหมณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก สร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว วัดพราหมณี มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวางมีชื่อว่า หลวงพ่อปากแดง เชื่อกันว่าองค์หลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้คนที่มาขอพรประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ จนมีชื่อเสียงไปทั่วทุกภูมิภาคของเมืองไทย ซึ่งในทุก ๆวันจะมีประชาชนเข้ามากราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มมีสีแดงเห็นได้ชัด สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า หลวงพ่อปากแดง พระครูโสภณพรหมคุณ หรือ หลวงพ่อตึ๋ง เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันว่าหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ซึ่หลังจากที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดพักยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณี ปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระ อุโบสถ ซึ่งต่อมา หลวงพ่อปากแดง ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จ.นครนายก จนทุกวันนี้ วัดพราหมณี ยังมีเรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ เมื่อครั้งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เลือกบริเวณที่ตั้งของวัดพราหมณีเป็นจุดพักทัพของกองพัน ทหารที่ 37 ซึ่งมีจุดหมายจะไปรวมพลกันที่บริเวณเขาชะโงก จึงมีทหารญี่ปุ่นล้มตายอยู่ในเขต จ.นครนายก หลายแห่งด้วยกัน ปรากฏว่ามีการค้นพบกระดูกของทหารญี่ปุ่นใกล้วัดพราหมณี ดังนั้น สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงทหารญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532 ณ วัดพราหมณี เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดาทหาร ซึ่งสังกัดกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,929 นาย ที่สูญเสียชีวิต ในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อปี 2482-2488 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งภายในวัดพราหมณีแห่งนี้ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
อุทยานพระพิฆเนศ
| ขอพรเทพเจ้าแห่งความสำเร็จองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่อุทยานพระพิฆเนศ นครนายก องค์พระพิฆเนศเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมืองนครนายก สร้างขึ้นและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2551 นอกจากมีพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ 108 ปาง ให้ชมและสักการะบูชา นอกจากนั้นยังมีพระบรมสารีริกธาตุจาก 9ประเทศ ให้เราได้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย พระพิฆเนศวร (ภาษาสันสกฤต : คเณศ) หรือ พระพิฆเนศ หรือ พระพิฆเณศ หรือ พระวิฆเณศวร หรือ พระคเณศ หรือ คณปติ เป็นเทพในศาสนาพราหมณ์ ผู้คนนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ ปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง เป็นหัวหน้านำคณะข้ามความขัดข้อง (ผู้เป็นใหญ่เหนือความขัดข้อง)ทั้งนี้ คนไทยถือว่าองค์พระพิฆเนศเป็นที่เคารพสักการะในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปวิทยา การ 18 ประการ โดยคนไทยยอมรับในองค์พระพิฆเนศให้เป็นเทพแห่งศิลปะทั้งมวล และเป็นเทพองค์สำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ อุทยานพระพิฆเนศ เกิดจากแนวคิดของ พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ โดยท่านได้รับการถวายที่ดินจำนวน 16 ไร่ จากลูกศิษย์หลวงพ่อภู อดีตเจ้าอาวาสวัดเวฬุราชิน ย่านบางยี่เรือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ดินล้อมรอบด้วยคลองธรรมชาติ เดิมที่นั้นท่านตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักคนชรา แต่ต้องพักโครง การไปจนที่ดินถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งท่านเกิดแนวความคิดสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม พร้อมกับการสร้างพระพิฆเนศองค์ใหญ่ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 15 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อุทยานพระพิฆเนศ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ที่เกิดขึ้นมาด้วยพลังศรัทธาจากประชาชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัดนครนายก เป็นแหล่งรวมขององค์พระพิฆเนศปางต่าง ๆมากมาย เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมเพื่อ ทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป มีคุณประโยชน์ในหลาย ๆด้าน ถ้ามีโอกาสมาเมืองนครนายกก็อย่าลืมแวะเข้ามากราบไหว้บูชาองค์พระพิฆเนศ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเอง หรือร่วมปฏิบัติธรรมกับทางอุทยานก็ได้ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
น้ำตกสาริกา
| ท่องไพรเขาใหญ่ ไปน้ำตกสาริกา ที่นครนายก ท่องไพรเขาใหญ่ชมความงามของ น้ำตกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเล่นน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์เย็นสบาย พร้อมกับพักผ่อนในอากาศที่แสนจะสดชื่นและบริสุทธิ์ ขอต้อนรับทุกท่านสู่อ้อมกอดของขุนเขาแมกไม้และสายน้ำไหล ที่น้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก เป็นน้ำตกใหญ่ใกล้เมืองกรุงอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกสาริกาตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขา ใหญ่ ซึ่งอุทยานจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 จังหวัด น้ำตกสาริกาถือว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของเมืองนครนายกมาอย่างยาวนาน และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของนครนายกและจังหวัดในแถบภาคกลาง น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกที่มีลักษณะโยนตัวลงมาจากหน้าผาที่สูงชันในป่าทึบบนเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสูงถึง 9 ชั้น ผาที่สูงสุดประมาณ 100 เมตร ซึ่งในแต่ละชั้นของน้ำตกก็จะมีชั้นหินธรรมชาติรองรับน้ำและกลายเป็นแอ่งน้ำ ขนาดเล็ก ๆ อยู่ทั่วบริเวณชั้นของน้ำตกซึ่งบางแห่งมีขนาดกว้างและน้ำไม่ลึกมากทำให้เรา สามารถลงไปชุ่มฉ่ำกับสายน้ำตกแห่งนี่ได้แบบสบายและปลอดภัยด้วย ชั้นล่างสุดน้ำตกลงเป็นสายใหญ่ จากที่สูงลงสู่อ่างน่ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นแอ่งใหญ่มีน้ำมาก เหมาะแก่การลงอาบน้ำเล่น ปัจจุบันมี บันไดปูนขึ้นไปถึงบริเวณชั้นสองได้ ในฤดูฝนน้ำตกไหลแรงตกกระทบโขดหินดังสนั่น เป็นละอองขาวกระจายอยู่ทั่วไป บริเวณโขดเขาริมแอ่งน้ำ ทางด้านล่างทางขึ้นมายังตัวน้ำตกสาริกา มีร้านบริการอาหารเครื่องดื่มอยู่หลายร้าน มีอาหารเมนูอร่อยมากมายให้เราได้แวะชิม และมีร้านบริการของที่ระลึกในรูปแบบ ต่าง ๆ มากมาย นอกจากนั้นยังมีของดีเมืองนครนายก ให้เราได้เลือกชมและซื้อหากลับบ้านไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย ด้านหน้าทางเข้าทางอุทยานทำเป็นที่จอดรถ เป็นลานกว้างสามารถจอดรถได้อย่างสะดวกสบาย มีเจ้าหน้าที่คอยบริการอย่างเต็มที่ บริเวณทางขึ้นน้ำตกสาริกามีศาลของเจ้าพ่อปลัดจ่างที่ศักดิ์สิทธิ์ ด้านในประดิษฐานองค์เจ้าพ่อปลัดจ่าง ที่แกะสลักจากไม้คูณอายุกว่า 50 ปี ชาวนครนายกและคนทั่วไปให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่างแห่งนี้ถือว่าทรงอานุภาพมากที่สุดในพื้นป่าเขาใหญ่ทั้ง หมดและเป็นองค์ประมุขขององค์เจ้าพ่อทั้งหมดใน อาณาจักรพื้นป่าเขาใหญ่อีกด้วย มาเที่ยวน้ำตกที่สวยงามแล้ว ยังได้สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธ์ในพื้นป่าเขาใหญ่เพื่อพอพรให้กับตนเองและครอบครัวได้อีกด้วย ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
ลายไม้ไผ่ ลำไม้ไผ่แกะสลัก
| จากลำไม้ไผ่ในป่าเขาใหญ่ สู่งานแกะสลักกลายเป็นสินค้าโอทอปคุณภาพเยี่ยม แห่งเมืองนครนายกผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่แกะสลัก ซึ่งเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเมืองนครนายกโดยแท้ ที่สร้างสมประสบการณ์จนมี ฝีมือประณีต สร้างกระบอกไม้ไผ่ป่า กลายเป็นของตกแต่งที่งดงามยิ่ง รูปแบบแปลกตา และยังขจรไกลไปยังต่างแดนอีกด้วย จากการรวมกลุ่มกันเล็ก ๆของชาวท้องถิ่นใน ตำบลสาริกา เพื่อทำ ผลิตภัณฑ์จากต้นไผ่ที่มีอยู่มากมายในผืนป่าเขาใหญ่จากต้นไม้รากไม้ที่ไม่มี คุณค่ามากนักในทางพาณิชย์ ใครจะคิดบ้างว่า เหง้าไม้ไผ่ต้นไม้ไผ่ที่ทุกคนมองว่าไม่มีค่าจะกลายมาเป็นสินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ขายดิบขายดีของจังหวัดนครนายก และยังสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้อีกด้วยถือว่าเป็นของดีเมืองนครนายก อีกอย่างหนึ่ง การแกะสลักไม้ไผ่นั้นมีขั้นตอนยุ่งยากต้องใช้เวลาและความละเอียดพอสมควรกว่า จะมาเป็นผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ที่สวยงามอย่างที่เราเห็น ต้องใช้ความอดทนข่อนข้างมากทีเดียว วัตถุดิบส่วนมากก็จะอยู่ในเขตนครนายก ก็คือไม้ไผ่พันธุ์ ที่นำมาแกะสลักส่วนมากเป็นพันธุ์ไผ่ตง แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ หนัก กลาง เบา อย่างที่แกะอยู่จะเป็นไผ่ตงกลาง ไผ่ตงหนักค่อนข้างลำใหญ่ มีเหง้าใหญ่ และไม่นิยมกินหน่อกัน ไผ่ตงกลางกับไผ่ตงหนักใช้ลำและเหง้าในการแกะสลัก ส่วนไผ่ตงเบานั้นนิยมกินหน่อเป็นอาหารเลยไม่ค่อยนำมาแกะสลัก ส่วนต่าง ๆ ของไม้ไผ่เมื่อตัดออกมาแล้วสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ได้เกือบทั้งหมด ไม้ไผ่ลำหนึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด เริ่มแรกในการแกะนั้นเมื่อได้ไม้ไผ่มาขั้นตอนแรกเลยต้องนำไปแช่น้ำยาฆ่า เชื้อประมาณ 15 วัน และตากแดดอีก 15 วัน (สำหรับเหง้าไม้ไผ่) แล้วนำไปเจียน นำไปขัด แกะขึ้นรูป ตรงนี้ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และความชำนาญในการทำ เสร็จแล้วนำไปขัดเก็บรายละเอียด สุดท้ายลงสีเพิ่มความสวยงาม ส่วนลำไม้ไผ่ต้องผ่านการอบรมควันก่อนประมาณ 15 วัน แล้วจึงนำมาแกะสลักได้ ส่วนขั้นตอนการทำนั้น เริ่มจากการวาดลาย จากนั้นก็แกะสลักตามแบบที่วาดแล้วลงฉลุลายตามจุดที่ต้องการ ขั้นตอนต่อไปขัดกระดาษทรายด้วยมือให้เรียบแล้วแกะลายอีกครั้งเพื่อความลึกคม ชัดของลวดลายแล้วขัดลูบรอยสิ่วออกอีกครั้ง ก่อนนำมาอาบน้ำยาทิ้งให้แห้ง แล้วนำมาเข้าเตาอบ จากนั้นก็ลงสี ตกแต่งด้วยอุปกรณ์เพื่อให้ดูดีสวยงาม ก่อนนำมาวางจำหน่าย ระยะเวลาในการทำชิ้นงานต่างๆ ใช้เวลานานพอสมควร ตกประมาณ 2-3 อาทิตย์ เนื่องจากเป็นงานฝีมือต้องใช้ความละเอียดอ่อน ไม้ไผ่ที่ทำการแกะต้องผ่านการตากแดด แช่น้ำยา นำไปตัดแต่ง อบรมควัน ถึงจะนำมาแกะได้ แกะเสร็จนำไปเจียน นำไปเกา ขัด และทาน้ำยา จะเห็นว่ามีหลายขั้นตอนมาก ๆ กว่าจะได้งานหนึ่งชิ้นออกมา ถือเป็นผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ที่สวยงามกลั่นกรองมาจากภูมิปัญญาฝีมือชาว บ้านอย่างแท้จริง สมควรที่จะสนับสนุนและนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาชุมชนในที่อื่น ๆ ครับใครมีโอกาสมาเที่ยวที่เมืองนครนายก บริเวณทางไปน้ำตกนางรอง ก็อย่าลืมแวะเข้าไปเยี่ยมชม และอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ของชาวตำบลสาริกา ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
พระแก้วมรกตองค์จำลองจังหวัดนครนายก
| พระแก้วมรกตองค์จำลองจังหวัดนครนายก ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนยอดเขา ณ วัดคีรีวัน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี อยู่บนถนนสายนครนายก – ท่าด่านอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร พระแก้วองค์จำลองนี้มีเนื้อเป็นเรซิ่น ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว หนัก 1 ตัน และมีเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7 กะรัตพลอยแท้2,000กว่าเม็ดและทับทิมอีกนับไม่ถ้วน |
เมืองโบราณคดีบ้านดงละคร
| เมืองโบราณคดีบ้านดงละคร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่8 มีนาคม พ.ศ.2478 ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร แต่เดิมเรียกกันว่า “ เมืองลับแล ” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยขอมมีอำนาจ มีแนวกำแพงเป็นเนินดินและคูเมืองปรากฏอยู่ ชาวบ้านเรียกกันว่า“ สันคูเมือง ” มีคูน้ำล้อมรอบ ซึ่งเป็นแบบเมืองทวารวดีทางภาคกลางของไทย ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มในราวพุทธศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมเขมร และวัฒนธรรมก่อนกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้อง กับเมืองศรีมโหสถ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 55 กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบ เช่น เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทองขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ตราประทับหัวแหวนรูปปู ช้าง แหวนสำริด ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน ตุ้มหูสำริด ตำนานเมืองลับแลนั้นยังเล่ากันว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอม ซึ่งเป็นที่รโหฐาน ผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ ประกอบกับลักษณะของบริเวณเมือง มีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ทั่วไป ใครเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และในวันโกนวันพระจะได้ยินเสียงกระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อม คล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดงละคร ” หรืออีกนัยหนึ่ง คำว่า “ดงละคร ” นั้นอาจเพี้ยนมาจาก “ ดงนคร |
รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช
| รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช อยู่ในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร เขานางบวชสูงประมาณ 100 เมตรมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป 227 ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2401 แรม 8 ค่ำ เดือน 12 ปีระกาจะมีงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน 5 ของทุกปี |
วัดพระพุทธฉาย
| วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่ที่เขาชะโงกในบริเวณโรงเรียนนายร้อยจปร. ตำบลพรหมณี อำเภอเมืองนครนายก เป็นภาพเขียน ติดอยู่กัชะโงกผาบนภูเขาเตี้ยๆ พระพุทธฉายนี้ประวัติเดิมไม่เคยปรากฏ เล่าต่อกันมาว่าสภาพเดิมเป็นภาพพระพุทธรูปราง ๆ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2485 กรมแผนที่ทหารบกได้เข้าไป ตั้งโรงงานหินอ่อน ที่เชิงเขานี้และ ได้เขียนตามรอยพระพุทธรูปเดิมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นราษฎรบริเวณนั้น นับถือว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกทุกกลาง เดือน 3 จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี |
น้ำตกนางรอง
| น้ำตกนางรอง เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาบริการ เสียค่าบำรุงรถยนต์โดยสาร ( รวมบุคคล ) 150 บาท รถยนต์เล็ก ( รวมบุคคล ) 50 บาท รถตู้ ( รวมบุคคล ) 100 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 5 บาท |
อุทยานวังตะไคร้
| อุทยานวังตะไคร้ เป็นอุทยานที่ ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้รถยนต์วิ่งเข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม ค่าผ่านประตู (ตั้งแต่ 1 ก.ย.46) นักท่องเที่ยวเดินเท้าคนละ10บาท รถยนต์รถกระบะรถตู้ รถสองแถวคันละ 100 บาท |
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
| อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ของ 4 จังหวัด คือ นครนายก นครราชสีมาปราจีนบุรี และสระบุรี มีภูมิประเทศสวยงาม ประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่าและพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาแหลม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,292 เมตร ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และถูกประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 การเดินทางไปเขาใหญ่นับว่าสะดวกมาก มีถนนลาดยางอย่างดี แยกจากทางหลวงหมายเลข 33 ที่สี่แยกเนินหอม ระยะทาง 41 กิโลเมตร ไปยังศูนย์กลางของเขาใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และไปบรรจบกับถนนมิตรภาพ บริเวณอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รวมระยะทาง จากสี่แยกเนินหอมถึงถนนมิตรภาพประมาณ 81 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวบนเขาใหญ่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้แก่ จุดชมวิว กม.ที่ 30 ถนนธนะรัชต์ ( จากปากช่อง ) จุดชมวิวเขาเขียว ( ผาตรอมใจ ) และจุดชมวิว กม.ที่ 9 บนทางขึ้นเขาเขียว |
ศาลเจ้าพ่อองครักษ์
| ศาลเจ้าพ่อองครักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายกในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรีโดยเสด็จฯ ผ่านมาตามแม่น้ำนครนายก และได้มาประทับแรม ศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ระหว่างประทับแรม นายทหารราชองครักษ์ป่วยและเสียชีวิตลง เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ราชองครักษ์์ทรงมีพระราชประสงค์ ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ ภายหลังจึงเรียกว่า"ศาลเจ้าพ่อองครักษ์"และใช้เป็นชื่ออำเภอองครักษ์ในเวลาต่อมา บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวนไหลเชี่ยวมาก ทางราชการถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก ในคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน |
น้ำตกกะอาง
| น้ำตกกะอาง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จากตัวเมืองไปตามถนนสุวรณศร ถึงอำเภอบ้านนาเยื้องกับสถานีตำรวจมีถนนแยกไปน้ำตกกะอางระยะทาง 11 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลานหินกว้าง มีน้ำตกไหลผ่่านตามช่องหิน นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงมีพระพุทธรูปปางสมาธิ ก่อสร้างด้วยอิฐประดิษฐานอยู่บนเนินเขา และมีศูนย์เพาะกล้าไม้กะอางของกรมป่าไม้ตั้งอยู่ |
น้ำตกวังม่วง
| น้ำตกวังม่วง ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี มีทางแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศร ที่อำเภอปากพลีไปยังน้ำตกวังม่วงระยะทาง 16 กิโลเมตร ธารน้ำตกไหลผ่าน แนวหินมาเป็นระยะ ๆ แล้วไหลลงมายังอ่างรับน้ำสุดท้าย สภาพแวดล้อมยังคง ความงามตามธรรมชาติ |
พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
| พระปฐมเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนทันตธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ยิ่งใหญ่ โดดเด่นมองเห็นแต่ไกล คู่บ้านคู่เมืองไทยและเมืองนครปฐมมานาน ตั้งอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม เป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความเก่าแก่มากจัดเป็นพุทธสถานรุ่นแรกๆ ที่พบในประเทศไทย มีตำนานเกี่ยวกับองค์พระเจดีย์อยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่องพระยากง-พระยาพาน ที่ได้กล่าวถึงการสร้างพระเจดีย์นี้ องค์พระเจดีย์องค์เดิมเป็นรูปทรงโอสำหรับตักน้ำหรือบาตรคว่ำ มีส่วนสูง 18 วา 2 ศอก ต่อมาได้มีผู้ศรัทธาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมเป็นระยะๆ จนกลายเป็นพุทธเจดีย์ขนาดใหญ่ รูปทรงบาตรคว่ำ ยอดปรางค์ สูง 40 วา 2 ศอก การบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ครั้งใหญ่ เริ่มดำเนินการ ในปี พ.ศ.2396 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปีที่เสด็จสวรรคต พ.ศ.2411ได้เปลี่ยนรูปทรงใหม่เป็นพระเจดีย์แบบสถาปัตยกรรมไทยรูประฆังคว่ำยอดแหลมปากผาย โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมา ก่ออิฐถือปูนประดับกระเบื้องเคลือบ ครอบพระมหาสถูปรูปทรงบาตรคว่ำยอดปรางค์องค์เดิมไว้ มีพระวิหาร 4 ทิศ และพระวิหารคตระเบียงจารึกคาถาธรรม (ธรรมเจดีย์) ล้อมรอบองค์พระมหาสถูป "พระปฐมเจดีย์" พร้อมด้วยซุ้มระฆังจำนวน 24 หลัง และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถพระวิหารโรงธรรม พร้อมด้วยกุฏิสงฆ์ประจำวัดอีกจำนวน 24 หลัง ต่อมารัชกาลที่ 5 โปรดให้ปฏิสังขรณ์จัดสร้างหอระฆัง และประดับกระเบื้องจนสำเร็จ เมื่อถึงรัชกาลที่ 6 ปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวง เขียนภาพพระเจดีย์องค์เดิมและภาพต่าง ๆ ไว้ที่ ผนัง รื้อมุขวิหารด้านทิศเหนือสร้างใหม่ เพื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชบูชนียบพิตร มีความสูง 12 ศอก 4 นิ้ว แล้วนำไปประดิษฐานที่ซุ้มพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และต่อมารัชกาลที่ 7 โปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2509 ทางวัดพบว่าตัวองค์พระปฐมเจดีย์มีรอยแตกร้าวหลายแห่ง กระเบื้องที่ประดับหลุดร่วงลงมา จึงได้แจ้งให้ทางการทราบ จากการสำรวจพบว่าองค์พระมีความชำรุดเสียหายมาก รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบประมาณ และให้กรมโยธาธิการ และกรมศิลปากร ได้ลงมือทำการ ซ่อมแซมบูรณะมาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2518 สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2524 เป็นองค์พระปฐมเจดีย์ที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
พระราชวังสนามจันทร์
| พระราชวังสนามจันทร์ มีพื้นที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซื้อจากชาวบ้านในราคาสูง เดิมที่นี้สมัยโบราณเรียกว่า " เนินปราสาท" เคยเป็นที่ตั้งของ วังโบราณ และยังมีสระน้ำที่อยู่ด้านหน้าและปัจจุบันก็ยังอยู่คือ " สระน้ำจันทร์" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพระราชวังสนามจันทร์ เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2450 โดยหลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก ซึ่งได้พระราชทานนามไว้อย่างไพเราะคล้องจองกันคือพระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี เป็นพระที่นั่งเมื่อแรกสร้าง 2 พระที่นั่ง พระราชทานนามตามประกาศลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2454 พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกพระมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นรัตนสิงหาสน์ ภายในพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2466 ปราสาทศรีวิไชย (ไม่ได้สร้าง) เทวาลัยคเณศร์ ศาลาธรรมุเทศน์โอฬาร (ไม่ได้สร้าง) พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับแก้ว และตำหนักทับขวัญ นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานโยงแห่งแรกขึ้น ณ ที่นี้ด้วย คือ สะพานจักรียาตราและสะพานรามประเวศน์ และยังมีสะพานคอนกรีตอีกสองสะพานได้แก่ สะพานนเรศวรจรลีและสะพานสุนทรถวาย นอกจากนั้นยังมีเรือนข้าราชบริพารอีกหลายเรือน เช่น เรือนพระนนทิการ เรือนพระธเนศวรและเรือนทับเจริญ เป็นต้น อาคารและสิ่งก่อสร้างในพระราชวังสนามจันทร์ดังกล่าวล้วนมีความงดงามและมี ลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจซึ่งทำให้พระราชวังสนามจันทร์เป็นพระราชวังที่มี ความงดงามทางสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง ทั้งนี้ นอกจากจะใช้เป็นที่แปรพระราชฐานแล้ว ยังทรงใช้เป็นที่ว่าราชการ เลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะอย่างเป็นทางการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และยังมีพระราชประสงค์ที่จะทรงใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นค่ายหลวงเพื่อซ้อมรบเสือป่าและฝึกหัดพลเมืองให้รู้จักการรักษาป้องกันประเทศด้วยและยังเป็นสถานที่ ที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมหลายเรื่อง ในปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังซึ่งได้เปิดให้เข้าชม พระที่นั่งพิมานปฐมและห้องพระเจ้าภายในพระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เทวาลัยคเณศร์ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับขวัญ และอนุสาวรีย์ย่าเหล ข้อมูลจาก: siamfreestyle.com |
พุทธมณฑล
| พุทธมณฑล เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ พุทธมณฑลเป็นสถานที่ซึ่งรัฐบาล และประชาชนชาวไทยร่วมใจกันจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 เนื่องในโอกาสที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาได้ถึง 2,500 ปี บริเวณจุดศูนย์กลางของพุทธมณฑล เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระประธานของพุทธมณฑลมีความสูง 2,500 กระเบียด (ประมาณ 15.875 เมตร) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า “พระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” รอบองค์พระประธานเป็นสถานที่จำลองของสังเวชนียสถาน 4 ตำบล คือ ตำบลอันเป็นที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นอกจากนี้ยังมีศาสนสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พระวิหารพุทธมณฑล ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และที่พำนักสงฆ์อาคันตุกะ หอประชุมทางกิจการพระพุทธศาสนา ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน พิพิธภัณฑ์ทางพุทธศาสนา หอสมุดพระพุทธศาสนา สวนไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ และในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น ข้อมูลจาก : tat.or.th |
สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ
| สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรไทย สำหรับศึกษา วิจัย พัฒนา และการเรียนรู้ของสังคม มีพื้นที่ประมาณ 38 ไร่ รวบรวมพันธุ์สมุนไพรกว่า 1,200 ชนิด จัดปลูกไว้ในลักษณะต่าง ๆ กัน พร้อมแสดงป้ายชื่อและสรรพคุณที่ชัดเจน จึงเหมาะที่จะเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งผู้สนใจ คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาให้เป็นโครงการดีเด่นแห่งชาติ สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ด้านสมุนไพร) ประจำปี 2539 พื้นที่สวนแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรือนเพาะชำ ปลูกสมุนไพรที่ต้องการการดูแลพิเศษ ส่วนที่สองเป็นสวนหย่อมสมุนไพร และส่วนสุดท้ายปลูกในลักษณะสวนป่า เพื่อแสดงระบบนิเวศที่สมุนไพรเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ มีสมุนไพรที่ใที่หาชมได้ยากหลายชนิด เช่น โมกราชินี สิรินธรวัลลี สามสิบกีบน้อย และจิกดง ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก มะลิซาไก สมุนไพรหายากที่ใช้เป็นยาคุมกำเนิดของชนเผ่าซาไก กำแพงเจ็ดชั้น กวาวเครือขาว และกวาวเครือแดง รวมทั้งสมุนไพรที่เป็นพืชผักพื้นบ้านอีกหลายชนิด ข้อมูลจาก : tat.or.th |
ตลาดท่านา
| ตลาดท่านา หรือตลาดนครชัยศรี อยู่ในตัวอำเภอนครชัยศรี เป็นตลาดโบราณย่านชุมชนริมน้ำ ที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม อาคารร้านตลาดสร้างด้วยไม้ ยังอนุรักษ์รูปแบบเดิมไว้ เป็นแหล่งร้านอาหารริมน้ำและย่านจำหน่ายของกินอร่อย ๆ มากมาย อาทิ เป็ดพะโล้ ขนมปังเย็น ปลากริมไข่เต่า บัวลอย รวมถึงผลไม้มากมายโดยเฉพาะ ส้มโอนครชัยศรี ข้อมูลจาก : tat.or.th |
พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย
| พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ตั้งอยู่ในสถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 นครปฐม ในอาคารซึ่งเป็นโรงถ่ายภาพยนตร์จำลอง จัดแสดงประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ขบวนการผลิตภาพยนตร์ไทย อุปกรณ์ประกอบฉาก มีการจัดแสดงหุ่นบุคคลสำคัญในวงการหนังไทย ทั้งดาราและผู้สร้างหนัง เพื่อยกย่องผู้ร่วมบุกเบิกสร้างสรรค์วงการหนังไทยเช่น หุ่นมิตร ชัยบัญชา นักแสดงที่อยู่ในความทรงจำของทุกคน โต๊ะทำงานของปยุต เงากระจ่าง ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องแรกของไทยคือเรื่องสุดสาคร เปิดวันเสาร์ เวลา 13.00-17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม ข้อมูลจาก : tat.or.th |
เจษฎาเทคนิคมิวเซี่ยม
| เจษฎาเทคนิคมิวเซี่ยม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมรวบและจัดแสดงยานยนต์ เครื่องกล ยานพาหนะ หลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งอยู่ที่เลขที่ 100 หมู่ 2 ตำบลงิ้วราย ก่อตั้งโดยนายเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ นักธุรกิจชาวไทยที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก เมื่อมีโอกาสเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในต่างแดน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสะสมขึ้น โดยยานพาหนะที่รวบรวมนี้มีทั้ง ยานพาหนะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เช่น รถเล็ก รถการ์ตูน เรือดำน้ำสัญชาติรัสเซีย เครื่องบินโบอิ้ง 747 เครื่องบินไทรสตาร์ ฯลฯ ข้อมูลจาก : tat.or.th |
ตลาดน้ำวัดลำพญา
| ตลาดน้ำวัดลำพญา ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดลำพญา ริมแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) ลำพระยา เดิมเป็นชื่อของหมู่บ้าน ในสมัยที่ยังเป็นอำเภอบางปลา มณฑลนครชัยศรี มีประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 พระยากรมท่าขุดคลองบริเวณท้ายตลาดในปัจจุบันเพื่อการจับจองที่นา ชุมชนชาวบ้านสองกลุ่ม คือ ชาวมอญอพยพมาจากสามโคกในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำทำอาชีพการเกษตร และชาวจีนซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำทำการค้าขาย บริเวณนี้จึงกลายเป็นตลาดริมน้ำวัดนี้ถือกำเนิดราวปี พ.ศ. 2400 อยู่คู่ชุมชนแห่งนี้นานนับ 100 ปี ได้รับการบูรณะและพัฒนาให้สวยงาม สงบร่มเย็น เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อมงคลมาลานิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลาแลง พอกปูนและปิดทองทับ มีงานนมัสการในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 4 ถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน ตลาดน้ำวัดลำพญาแห่งนี้ริเริ่มโดย สภาวัฒนธรรมตำบลลำพญา ร่วมกับวัดลำพญา เป็นแหล่งรวมพืชผักผลไม้ ผลิตผลทางการเกษตร เช่น เครื่องจักสาน ผ้าทอ ผ้าย้อม และอาหารราคาถูก มีอาหารไทยจำหน่าย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมหวาน ขนมเปี๊ยะ ห่อหมก ผัก และผลไม้ บริเวณหน้าวัดมีปลานานาชนิด เช่น ปลาสวาย ปลากระแห ปลาแรด ปลาเทโพ นอกจากนี้ทางวัดมีบริการจักรยานน้ำ ข้อมูลจาก : tat.or.th |
เมืองเก่ากำแพงแสน
| เมืองเก่ากำแพงแสน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งขวาง เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี มีอายุเท่ากับเมืองนครชัยศรี แต่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือ ประมาณ 24 กิโลเมตร ตามถนนมาลัยแมน ปัจจุบันใช้เป็นค่ายลูกเสือของจังหวัด เมืองเก่ากำแพงแสนสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยเมืองนครชัยศรี เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าตามคูคลอง เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าทางทะเลของเมืองนครชัยศรีดังนั้นความเจ ริญ และความเสื่อมของเมืองกำแพงแสนจึงน่าจะเป็นไปพร้อมๆกับเมืองนครชัยศรี การเที่ยวชมโบราณสถานแห่งนี้ จะเน้นไปในลักษณะของคูน้ำและคันดิน ที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างชัดเจนโดยไม่มีซากโบราณสถานใด ๆ สภาพภายในตัวเมืองมีเนินดิน สระน้ำ ต้นไม้ใหญ่ และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์ ข้อมูลจาก : tat.or.th |
ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน
| ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ 30 ห่างจากสวนสามพราน 1 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ เป็นสวนสัตว์นานาชนิด มีการแสดงโชว์ของช้าง นั่งช้างท่องอุทยาน การแสดงช้างประกอบเสียง การจับจระเข้ด้วยมือเปล่า และการแสดงมายากลทุกวัน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท ข้อมูลจาก : tat.or.th |
สวนสามพราน
| สวนสามพราน เป็นสถานที่พักผ่อนตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กิโลเมตร อยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี มีเนื้อที่ประมาณ 137.5 ไร่ ภายในจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด หมู่บ้านไทย และบางส่วนเป็นโรงแรม ที่พัก และสนามกอล์ฟ นอกจากนี้ในช่วงตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. มีกิจกรรมวิถีไทย 12 กิจกรรม ให้เลือกทดลองทำด้วยตัวเอง เช่น การปั้นเครื่องปั้นดินเผา, การร้อยมาลัย, การแกะสลักผลไม้ ฯลฯ ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมเป็นประจำทุกวัน สวนสามพรานเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าผ่านประตูเข้าชมสวน ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ค่าบัตรผ่านประตูรวมค่าเข้าชมการแสดงต่าง ๆ คนไทย 250 บาท และชาวต่างประเทศ 430 บาท ข้อมูลจาก : tat.or.th |
วัดไร่ขิง
| วัดไร่ขิง ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กิโลเมตร วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงพระราชทานนามว่า "วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง)" แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่า " วัดมงคลจินดารามไร่ขิง" จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาล มีถนนตัดผ่านกลาง วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2394 สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์(พุก) รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา เมื่อสร้างวัดเสร็จได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน (ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน) ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัด ชาวบ้านเรียกว่าldquo;หลวงพ่อวัดไร่ขิง” เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ หน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้ว สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ ลักษณะผึ่งผายคล้ายสมัยเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย พระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระอุโบสถ เป็นทรงโรง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฝาผนังก่ออิฐถือปูนหน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอก เป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์ เซี้ยวกาง บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมด้วยสิงสาราสัตว์ ด้านในเป็นภาพเขียนสีรูปดอกไม้ ส่วนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปปูนปั้นลายเครือเถา รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่างๆทั้งสี่ทิศ หน้าบันใช้ปูนปั้นเป็นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถเป็นศาลาทรงไทย 4 มุข หน้าบันทั้งสี่ด้านมีภาพปูนปั้น เป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน และการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างเป็นรูปปั้นราหูอมจันทร์ ปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันศุกร์และเช้าอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่าย ที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย ข้อมูลจาก : tat.or.th |
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
| พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ 31 ตำบลขุนแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ความรู้สึกนุ่มนวล ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทย ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.2525 เปิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน7 ห้องประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี และชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นการแสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆหมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครูเพลงไทย ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ชุดการละเล่นของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา09.00-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-18.00 น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย 50 บาท นักศึกษาในเครื่องแบบและพระภิกษุ 20 บาท นักเรียนอนุบาล-ม.6 และ เด็ก(สูงไม่เกิน130 ซม.) 10บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่200 บาท เด็ก 100 บาท ข้อมูลจาก : tat.or.th |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)